บทที่ 5 โฉมงามในภาพ

            “หากท่านพี่มีแรงล้นเหลืออยากต่อยกที่ห้า ตัวผู้น้อยอาจขอยอมแพ้ ด้วยอยากพักสักครึ่งชั่วยาม อีกทั้งเนื้อตัวเหนียวอยู่สักหน่อย หากได้อาบน้ำคงดีขึ้น”

ปันเส้าเฟิงหัวเราะก่อนจะบอกว่า “เช่นนั้น ให้ข้าช่วยเจ้าอาบน้ำดีหรือไม่ และเราพักให้นานหน่อย หากเจ้าหิวก็กินอาหารให้อุ่นท้อง แล้วเมื่อใดอยากบอกรักข้าก็สะกิดได้ทุกเมื่อ”

หญิงสาวมองคนรูปหล่อตรงหน้า แล้วส่งเสียงหวานให้กับเขา

“ท่านพี่ช่างรู้ใจสตรียิ่งนัก”

“นั่นเป็นเพราะข้านึกสนใจตัวเจ้า อีกอย่าง ของดีที่สหายส่งมาให้ ใครจะรู้ว่า นอกจากเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง เจ้ายังรู้ใจข้าไปเสียทุกอย่าง”

ไป๋ลู่เถียนส่ายหน้า พลางแสร้งทำเขินอาย

“ผู้น้อยปัญญาทึบ ทุกสิ่งที่ทำในคืนนี้ ล้วนเกิดจากต้องการให้ท่านเมตตา เพียงเท่านี้ สตรีต่ำต้อยก็ไม่เสียชาติเกิด”

“โถ...ใครจะใจร้ายกับสาวงามลง อีกอย่าง เจ้าอย่าได้หวั่นกลัวสิ่งใด เมื่อเป็นคนของข้า ชาตินี้ย่อมได้รับการดูแลอย่างดี!”

คำพูดที่ปันเส้าเฟิงกล่าว คือสิ่งที่ไป๋ลู่เถียนต้องการให้มันเกิดขึ้น นางจะไขว่คว้าทุกอย่างมาอยู่ในกำมือนุ่มนิ่ม และก้าวไปเป็นสตรีที่มากด้วยวาสนาดีพร้อมอำนาจล้นเหลือ


ขณะที่ไป๋ลู่เถียนก้าวไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ ฝ่ายแม่บ้านเหอที่มาเป็นธุระให้แก่อี้ฟานหันไปสนใจคนเล่านิทาน พร้อมอีกฝั่งหนึ่งมีการแจกกระดาษที่มีการเขียนบรรยายถึงคนผู้นั้นพร้อมรูปวาด เพื่อตามหาสตรีปริศนาผู้ขโมยหัวใจปันเส้าเฟิงไป

เมื่อสถานการณ์ตอนนี้ถูกกล่าวถึงในวงกว้าง ฝ่ายไป๋ลู่เถียนก็อมยิ้มบาง ๆ บนสีหน้า นางเล่นเล่ห์กลเล็กน้อย อีกอย่างใบหน้าที่แท้จริงของไป๋ลู่เถียนในชาติภพนี้ ต้องยอมรับว่ามีตำหนิอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นแม้งามอยู่มาก แต่เมื่อเปิดเปลือยผิวที่แท้จริงไม่ได้พอกแป้งไว้ ก็เห็นว่าผิวเป็นด่างขาววงใหญ่หลายวง จนคนทั่วไปคงไม่อยากมองนางมากนัก และนี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่นางถูกอดีตชายหนุ่มบ้านเดียวกันเจิ้งเสี่ยวหยวนปฏิเสธ และไปคบหากับลูกสาวขุนนางใหญ่เฉินมี่ แต่ก็นั่นแหละ นิยายเรื่องเดิม บทที่เขียนไว้ก่อนหน้านั้น ทั้งคู่เป็นพระเอกและนางเอกในเรื่องที่ออกแนวผัวโฉดเมียชั่ว และปากบอกทุกคนว่า ทำทุกสิ่งเพื่อเรียกร้องคุณธรรม

ส่วนไป๋ลู่เถียนคือนางร้ายที่แสนจะอาภัพ แม้สวยหยาดเยิ้มแต่ดันโง่ ดังนั้นชีวิตจึงมีแต่ไฟแค้นสุ่มอก ทำสิ่งใดมักย้อนกลับมาเป็นผลร้ายใส่ตนเองและครอบครัว อีกทั้งนางต้องอยู่ใต้เงื้อมือชายใจร้าย และยังถูกกระทำให้เป็นเหมือนตัวตลก สุดท้ายจึงตายอย่างไร้ดินกลบหน้า

ดังนั้นเมื่อนางได้ย้อนเวลากลับคืนมาสู่โลกโบราณในนิยายเรื่องดังกล่าวอีกคน ผู้ที่ภพทะลุมิติจากโลกยุค ค.ศ. 20xx ไฉนจะไม่แก้ไขชีวิตของไป๋ลู่เถียนเสียใหม่

หญิงสาวคิดแล้วก็พึงพอใจ แม้ชาตินี้ยังเป็นนางร้ายเล่นบทเดิม แต่นางมีสมองและจะไม่ยอมตายอย่างโง่ ๆ อีกแน่นอน ส่วนพระเอกและนางเอกของเรื่อง จงอย่าหวังว่าจะมีความสุขสบายไปทั้งชาตินี้อีกเลย!

ซึ่งอย่างที่ทราบ นอกจากชายคนรักจากบ้านเดิม เจิ้งเสี่ยวหยวนปฏิเสธสัญญาหมั้นหมายที่สองครอบครัวเคยให้กันไว้แล้ว อี้ฟานซึ่งชาติเดิมเป็นอดีตสามีนาง ยังไม่ยอมมาตามนัด ทั้งหมดนี้ผิดกับปันเส้าเฟิง ฝ่ายนั้นพบหน้านางยามค่ำคืน อีกทั้งนางได้ทาผิวด้วยสมุนไพรชนิดพิเศษ ปกปิดผิวด่างเอาไว้ มันคือการตบตาเขา ในภายภาคหน้านางอาจลำบากที่ต้องแก้ตัวอยู่สักหน่อย ทว่าสุดท้ายปันเส้าเฟิงก็ทั้งรักทั้งหลงนาง เรื่องนี้ใครเล่าจะปฏิเสธ

และที่สำคัญ ที่นางยอมพลีกายอุ่นเตียงกับเขาอยู่หลายรอบ ก็เพราะปรารถนาอยากให้ตนตั้งครรภ์ สิ่งนี้สำคัญเหนืออื่นใด นางต้องมีทายาทของปันเส้าเฟิง และผู้ใดก็อย่าคิดทำหน้าที่นี้แทนนาง! 

ฝ่ายเหอชิงที่เดินนำหน้าไป๋ลู่เถียน หูนางได้ยินคนเล่านิทาน กล่าวถึงเรื่องปันเส้าเฟิง กำลังให้คนของตนออกติดตามหาสตรีที่เขาหลับนอนด้วย เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ของเมืองหลวง แม้มีเสียงซุบซิบในทางไม่งาม ทว่าอำนาจของปันเส้าเฟิงล้นเหลือ แม้เป็นเรื่องโสมมคาวโลกีย์ แต่ผู้คนพร้อมยกย่องว่าสตรีผู้นั้นคือผู้มากด้วยวาสนา

เหอชิงถ่มน้ำลายลงพื้นถนน ท่าทางผู้ดีก่อนหน้านี้หายไป แล้วเอ่ยเสียงปนความหงุดหงิดออกมา

“เฮ้อ นังแพศยาคนใดหนอ บังอาจทำบัดซบ ใช้ไสยเวทย์หว่านเสน่ห์    ซือหม่าปัน และยังวางแผนชั่ว ‘สาวงามล่มเมืองล่อเสือออกจากถ้ำ’ ดูเอาโทษ บุรุษยิ่งใหญ่ปานนั้น กลับให้คนตามหาสตรีข้างถนน ไร้หัวนอนปลายเท้า กล่าวถึงแล้วก็น่าขัน!”

ไป๋ลู่เถียนไม่ชอบใจน้ำเสียงและคำพูดเหอชิง หากยังอยากฟังความคิดนางอีกสักหน่อย ในมุมมองผู้อื่น หญิงสาวที่กล้าปีนขึ้นเตียงปันเส้าเฟิงจะถูกเหยียดหยามสักเพียงใด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป